Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา

ณัฐพร เวียงแก้ว

เจ้าของร้านเบเกอรี่

บอกตัวเองว่า ต่อไปจะไม่ลงทุนอะไรตอนพีคแล้ว รอให้ลงและกำลังจะเป็นขาขึ้นดีกว่าJitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีน +37.28% (31 ม.ค. 67- 20 มิ.ย. 67)

 

ลงทุนเพื่อรากฐานที่มั่นคงให้ธุรกิจและครอบครัว รีวิว Jitta Wealth

การนำพากิจการครอบครัวให้อยู่รอดไปได้ สำหรับผู้หญิงคนนึงอาจจะไม่ใช่เรื่องยากในยุคนี้ หากมีการเตรียมพร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองและธุรกิจ เช่นเดียวกับคุณณัฐพร เวียงแก้ว เจ้าของร้านเบเกอรี่ที่รับไม้ต่อจากครอบครัวให้เข้ามาดูแลร้านเบเกอรี่ที่เป็นแหล่งรายได้หลักแหล่งเดียวของครอบครัว และเมื่อต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง เธอเริ่มมองหาความมั่นคงให้กับตัวเองและครอบครัวด้วยการลงทุนที่จะเป็นฐานรายได้ใหม่ที่มั่นคง  แต่ใช่ว่าจะง่าย กว่าจะเจอแนวทางที่ใช่อย่าง Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีน กับผลตอบแทน 37.28% (31 ม.ค. 2567- 20 มิ.ย. 2567) เธอได้บทเรียนมามากทีเดียว 

จุดเริ่มต้นในการลงทุน 

ก่อนจะรับผิดชอบธุรกิจครอบครัว คุณณัฐพรเป็นพนักงานประจำทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเงินมากนัก ซึ่งครอบครัวของเธอเองก็เน้นแค่การระมัดระวังในเรื่องการเป็นหนี้ เมื่อมีเงินก็นำมาฝากธนาคาร แค่ได้เห็นตัวเลขเงินในบัญชีก็มีความสุขแล้ว แม้กระทั่งได้เจอเพื่อนที่มีความรู้เรื่องการเงินมาจุดประกายให้คิดเรื่องการเงินที่กว้างกว่าการฝากเงินในบัญชีแล้ว แต่ก็ใช้เวลาเกือบ 10 ปี กว่าที่เธอจะเริ่มการลงทุนจริงจัง

จุดเปลี่ยนชีวิตคือเมื่อตัดสินใจผันตัวจากงานประจำมาช่วยธุรกิจครอบครัว  ดูแลร้านเบเกอรี่ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวเต็มตัว แทนคุณพ่อที่เข้าสู่วัยเกษียณ 

เมื่อต้องดูแลเรื่องการเงิน​ทั้งหมดของครอบครัว ก็เริ่มรู้สึกว่านี่เป็นรายได้ทางเดียวของครอบครัว ขณะที่ค่าใช้จ่ายก็มีอยู่ ไม่ว่าจะมีอะไรเสียก็ต้องจ่ายต้องซ่อม จึงเริ่มมองเห็นความไม่มั่นคงของตัวเอง หากวันนึงเธอเป็นอะไรไป ครอบครัวจะเป็นอย่างไร จึงเริ่มคิดเรื่องการซื้อประกันบำนาญเพื่อเสริมความมั่นคงให้ชีวิต

ตัดสินใจลงทุนกับ Jitta Wealth  

จากนั้นก็มาหาความรู้เรื่องการเงินจาก YouTube จนตระหนักดีว่าต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอ และเมื่อมีในระดับที่พอใจแล้วคุณณัฐพรก็หาฟังข้อมูลการลงทุนไปเรื่อยๆ จนมาได้ยินคำว่า Jitta Wealth แต่เนื่องจากช่วงนั้นเงินลงทุนเริ่มต้นยังค่อนข้างสูง  เธอจึงรู้สึกว่าไกลตัว   

“เมื่อซื้อประกัน เราเริ่มคิดว่าเงินที่บริษัทประกันเก็บจากเราไป เขาก็นำไปลงทุน เพื่อหากำไรมาคืนให้เรา ดังนั้นหากเราลงทุนเองก็น่าจะดี จึงไปหาข้อมูลเรื่องการลงทุนในกองทุนรวมที่คิดว่าน่าจะเสี่ยงไม่สูงมาก  โดยเลือกมา 5 ตัว เน้นกองทุนหุ้นกระจายในแต่ละอุตสาหกรรม”

ผ่านมา 3 ปีเธอผ่านประสบการณ์การลงทุนในกองทุนรวม ได้เห็นการขึ้นๆลงๆ จนเริ่มเข้าใจตลาดและรับรู้ได้ว่าเธอสามารถรับความเสี่ยงได้ประมาณนึง  ในช่วงนั้นเอง Jitta Wealth เองก็ได้ลดเงินลงทุนขั้นต้นใน Jitta Ranking มาอยู่ที่ 500,000 บาท เธอจึงตัดสินใจเปิดพอร์ตเพื่อลงทุนต่างประเทศครั้งแรกกับ Jitta Wealth ด้วยนโยบาย Thematic Optimize และเปิด Jitta Ranking หุ้นไทย  ขณะเดียวกันช่วงนั้นเป็นช่วงที่กระแสบิตคอยน์กำลังมาแรง เธอจึงได้ทดลองลงทุนควบคู่กันไป  และเปิดพอร์ตหุ้นไทยเพื่อซื้อขายรายตัวไปพร้อมกันด้วย  โดยเลือกแนวทางสายกราฟเป็นแนวทางการลงทุนของตัวเอง

หากจำกันได้ ในปี 2019-2020 เป็นปีที่บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นไปในระดับสูงสุด แต่เธอกลับไม่ได้ขายทำกำไรในช่วงนั้น จนราคาร่วงลงมาเธอก็ยังถือไว้ จนได้ Skill ใหม่คือ “การรอคอย” เช่นเดียวกับการลงทุนในกองทุนและหุ้นไทยที่ก็ไม่ได้สวยงามนัก วันนี้เธอถอนออกมาได้ในบางส่วน แต่ก็มีบางส่วนที่ยังถือไว้ต่อไป

เมื่อผ่านบทเรียนจากการศึกษาและทดลองลงทุนมาแล้วเธอเข้าใจว่า ‘อะไรที่เขาว่าดี สุดท้ายก็ลงได้’ แม้กระทั่งการลงทุนกับ Jitta Wealth เธอเล่าว่า เคยเห็นพอร์ต Thematic Optimize ติดลบลงไปสูงสุดเกือบ 40% แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวหรือคิดจะขายออกมา 

ค่อยๆ เก็บไม่ต้องเร่งรีบ  

ดีที่ว่าเงินทุกก้อนที่คุณณัฐพรนำมาลงทุนไม่ว่าจะกองทุนหรือบิตคอยน์ ล้วนเป็นเงินเย็นที่เธอรู้ว่าไม่จำเป็นต้องรีบนำออกมาใช้ จนวันนี้เธอเรียกตัวเองเป็น ‘นักลงทุนสายเก็บ’  

“เงินทุกก้อนที่ใส่ลงไป เราจะรู้สึกว่า มันไม่ใช่เงินที่เราต้องรีบเอาออกมาใช้ ก็เหมือนเราอยากเรียนรู้ อยากจะลองมากกว่าว่าถ้าเราใส่เข้าไปแล้วระยะยาวจะเป็นอย่างไร เวลาได้ยินว่าราคาตกก็แค่ปิดหน้าจอไป ผ่านไปสักพัก ก็กลับมาเปิดดู เออมันกลับมาเนอะ และก็เห็นกราฟว่ามันมีจังหวะที่ขึ้นและมีลง  เหมือนบิตคอยน์ที่เราเคยเห็นว่าตอนมันลงทำไมเราไม่ซื้อเพิ่ม พอกลับมาก็นั่งมอง ก็ไม่เป็นไรเลือกเก็บเป็นสินทรัพย์ไปแล้วกัน”

อีกหนึ่งการเรียนรู้จากการลงทุนของเธอคือกลยุทธ์การลงทุนที่เธอมักจะลงทุนด้วยเงินก้อนเดียว แม้ Jitta Ranking หุ้นไทยในช่วงแรก เธอจะมีเพิ่มทุนเข้ามาบ้างเมื่อมีเงินก้อน แต่แล้วก็หยุดไป ไม่ต่อเนื่อง วันนี้เธอมองย้อนกลับไป หากเธอเพิ่มทุนสม่ำเสมอ ก็น่าจะทำให้ผลตอบแทนดีกว่านี้

สร้างเป้าหมายแล้วไปให้ถึง 

ด้วยเป้าหมายการลงทุนทั้งหมดของคุณณัฐพรคือเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจครอบครัวเป็นหลัก ตามมาด้วยการเตรียมพร้อมรับวัยเกษียณ ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือเป้าหมายระยะยาว วันนี้เธอเองเริ่มคิดแล้วว่า หลักๆ เวลานี้หากมีเงินก้อนก็จะมาดูว่าจะลงทุนกองไหนของ Jitta Wealth เพิ่มได้บ้าง  ทุกวันนี้คุณณัฐพรมีพอร์ตอยู่กับ Jitta Wealth 5 พอร์ตแล้ว ประกอบด้วย Jitta Ranking หุ้นไทยหุ้นญี่ปุ่น หุ้นเทคโนโลยีจีน ​Thematic Optimize และ Global ETF  ขณะเดียวกันเธอบอกตัวเองแล้วว่าต่อไปจะไม่ลงทุนอะไรตอนที่มันพีคๆ รอให้ราคาลงแล้วกำลังจะขึ้น  การเข้าลงทุนในเวลานั้นน่าจะดีกว่า เหมือนพอร์ตที่มีกับ Jitta Wealth เมื่อต้นปีที่เธอตัดสินใจลงทุนใน Jitta Rangking หุ้นเทคโนโลยีจีน ถือเป็นจังหวะที่ดีที่เข้าไปลงทุนยามนั้น ทำให้วันนี้ เธอได้เห็นผลตอบแทนที่ระดับ 37.28% เรียกว่าน่าพอใจทีเดียว

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวดี ๆ ไม่ได้มีแค่จากคุณณัฐพร ติดตามต่อได้ที่นี่  

Talent Acquisition Manager ที่เริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่ก่อนอายุ 30 และตั้งเป้าเกษียณในวัย 45 ด้วยการลงทุนทั่วโลก

Read more

อาจารย์และทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์ลงทุน กว่า 20 ปี เลือกลงทุนหุ้นจีนผ่าน Jitta Ranking Alpha เพื่อเป็นพอร์ต Satellite

Read more

เกษตรกรหนุ่มวัย 35 ปี เจ้าของสวนผลไม้ในจังหวัดตราด ผู้เคยลงทุนตามกระแสและสูญเงิน ก่อนเปลี่ยนสู่การลงทุนอย่างมีระบบกับ Jitta Ranking Alpha ผลตอบแทน +27.70%

Read more

แพทย์ประจำบ้านที่เลือกลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ผ่านพอร์ต Thematic Optimize และ Global ETF สร้างผลตอบแทนสูงสุด +51.97%

Read more

อดีตผู้จัดการบริษัทข้ามชาติที่เกษียณตัวเองในวัย 47 ปี พร้อมลงทุนระยะยาวกับ Jitta Ranking Alpha ผลตอบแทน +30.71%

Read more

แพทย์โรคหัวใจที่วางแผนเกษียณและสร้างอิสรภาพทางการเงิน ด้วยการลงทุนทั่วโลก ผลตอบแทน +112.46%

Read more

ดูทั้งหมด