Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา

คุณนิพิฐพนธ์ เทพามงคล

นักกายภาพบำบัดวิชาชีพ

เชื่อใน DCA  เพราะผมไม่ได้รู้จักโพรดักต์การลงทุนมากพอที่จะจับจังหวะซื้อถูกขายแพงได้ตลอดเวลา
ด้วย Thematic Optimize +43.71% (3 ก.พ. 65 – 3 ก.พ. 67)

รีวิว Jitta Wealth: สร้างพอร์ต Thematic Optimize ให้ปังด้วยวินัยการ DCA

จุดเริ่มต้นการลงทุนที่เริ่มต้นจากอุบัติเหตุทางการเงิน อาจจะเป็นจุดที่ทำให้ใครหลายคนเข้าสู่การลงทุนได้อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับคุณนิพิฐพนธ์ เทพามงคล นักกายภาพบำบัดวิชาชีพ ที่ผันตัวมาดูแลเรื่องเครื่องมือกายภาพบำบัดและเทคโนโลยีทางการแพทย์ เขาเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องพบกับอุบัติเหตุทางการเงินในครอบครัวตั้งแต่เขายังเรียนไม่จบดี พาให้เขาหันมามองเรื่องของการลงทุนและศึกษาการลงทุนตั้งแต่เวลานั้น เพราะเห็นความจำเป็นที่จะต้องหาเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ไปกับ Thematic Optimize +43.71% (3 ก.พ. 65 – 3 ก.พ. 67)

 
เมื่อ 5-6 ปีก่อนเขาจึงเริ่มลงทุนไปพร้อมๆ กับการเริ่มต้นทำงาน แม้จะยาก เพราะไม่ใช่แค่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่แทบจะเรียกว่า ‘ติดลบ’ ก็ได้ในเวลานั้น คุณนิพิฐพนธ์ก็ยังเดินหน้าลงทุนด้วยเงินเล็กๆ น้อยๆ ที่มี ทั้งการลองเปิดพอร์ตหุ้นรายตัวรวมถึง​คริปโทเคอร์เรนซีบ้าง แต่ก็พบว่าเครื่องมือที่รู้สึกว่าใช้งานต่อได้เรื่อยๆ ในระยะยาวคือกองทุนรวม เพราะไม่ต้องคอยมอนิเตอร์ตลาดมาก และยังได้เรียนรู้ภาพรวมการลงทุนผ่าน fund fact sheet ในกองทุนที่ได้ลงทุนไป
 
“ตอนนั้นคิดว่าหากจะแก้ปัญหาทางการเงินของที่บ้านให้ได้ไวที่สุดคือหาเงินให้ได้เยอะที่สุด มิติของการลงทุนก็น่าจะเป็นตัวช่วยได้ จึงเริ่มศึกษาและลงทุนไปด้วยเงินน้อยๆ  ที่ได้ทดลองโยนเงินลงไปแบบเล็กๆ น้อยๆ และใช้กองทุนรวมเพื่อทดสอบภูมิต้านทานในเรื่องของการรับความเสี่ยงไปในตัวมาเรื่อยๆ”

เงินก้อนยังน้อย ค่อยๆ DCA

ในช่วงแรกเงินเดือนไม่ได้มากมายอะไร เขาใช้วิธีเก็บหอมรอมริบ DCA เข้าพอร์ตเรื่อยๆ ​จนมาเจอวิกฤติโควิดที่เข้ามาเป็นบททดสอบจิตใจ คุณนิพิฐพนธ์ยอมรับว่าในเวลานั้นเขารู้สึกกลัวความไม่แน่นอนและขอเดินออกมาตั้งหลักก่อน ด้วยการขายกองทุนรวมทั้งหมดที่มีเพื่อกำเงินสดไว้แทน 
 
แต่ด้วยความเป็นคนกระตือรือร้นเรื่องของการเงิน เพราะรู้ว่าไม่ได้จบทางด้านนี้โดยตรง คุณนิพิฐพนธ์ พยายามเสาะแสวงหาข้อมูลทางการเงินทางออนไลน์จนไปเจอพอดแคสต์ทางการเงินของ Jitta Wealth ที่มีมุมมองการลงที่ ‘ตรงจริต’ จนต้องไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Jitta และ Jitta Wealth เพิ่มเติม
 
และเพราะชอบที่จะลงทุนในกองทุนอยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะเปิดบัญชีกับ Jitta Wealth และการเปิดผ่านแอปพลิเคชันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เขาจึงเปิดพอร์ตแทบทุกนโยบายที่มี แต่ก็ยังพบว่าการเปิดพอร์ตต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง เขาจึงยังไม่ได้ใส่เงินลงทุนในช่วงแรก​ กลับตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อมาลงทุนกับ Jitta Wealth และเมื่อเก็บเงินได้ครบตามขั้นต่ำ ก็เป็นจังหวะที่ Jitta Wealth  เปิดตัว Thematic Optimize พอดี ซึ่งเขามองว่า เป็นการลงทุนที่ง่ายและสะดวกกว่าการลงทุนใน Thematic DIY ที่ต้องคอยเลือกธีมด้วยตัวเอง จึงเปิด Thematic Optimize และใช้วินัยในการ DCA ไปเรื่อยๆ

“ที่เลือก Thematic Optimize เพื่อทดสอบโพรดักต์ และต้องการทดสอบจิตใจตัวเองด้วยว่าจะสามารถอดทนถือความเสี่ยงได้มากแค่ไหน เพราะผมรู้สึกว่าอายุผมยังน้อย   และตั้งใจจะลงทุนระยะยาวอยู่แล้วก็เลยคิดว่าน่าจะพอรับความเสี่ยงได้ แม้อาจจะมีความเสี่ยงที่สูงกว่าแต่ก็มาพร้อมกับความเซ็กซี่”
 
การลงทุนช่วงแรกไม่สวยหรู สถานการณ์ตลาดเวลานั้นไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะว่าเป็นช่วงขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตามมาด้วยสงครามรัสเซีย-ยูเครน พอร์ตในช่วงปีแรกๆ จึงเหมือนจะติดลบตลอดปีก็ว่าได้ แต่เพราะความตั้งใจที่จะ DCA จึงเดินหน้าเติมเงิน ทั้งที่ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ​ เขาคิดเพียงว่าหากไม่ DCA ก็อาจจะเสียหลักการที่ตั้งไว้แต่แรก
 
“ที่เชื่อใน DCA เพราะมองว่าผมยังไม่ได้รู้จักโพรดักต์การลงทุนมากพอที่จะจับจังหวะซื้อถูกขายแพงได้ตลอดเวลา  แล้วพอได้รู้จัก Thematic Optimize มากขึ้นเรารู้ว่าสุดท้ายเราไม่ได้เป็นคนเลือกสินทรัพย์เองอยู่แล้ว AI จะเลือกเอง เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถเก็งกำไรได้จากการฟังข่าวแล้วมาซื้อขายทำกำไรแบบนั้น เพราะฉะนั้นก็ถั่วไปเลย​ ปล่อยให้ AI จัดการไปเลยดีกว่า อย่าไปเก็งกำไร”
 
แม้จะขายกองทุนรวมไปหมดแล้วในช่วงโควิด แต่เมื่อเติบโตขึ้น​คุณนิพิฐพนธ์ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น จึงได้หันมาลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม โดยใช้เทคนิคการเลือกกองทุนรวมจากการ ‘ลอกการบ้าน AI’ ด้วยการเข้ามาดู ETF ใส้ในของพอร์ต Thematic Optimize ที่ AI เลือกให้ แล้วไปเสาะหากองทุนรวมลดหย่อนภาษีที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่ใกล้เคียงกันที่สุด
 

เรียนรู้จนตกผลึก แล้วลงทุนด้วย “วินัย”

ทุกวันนี้คุณนิพิฐพนธ์เปิดแอป Jitta Wealth เพื่อติดตามพอร์ตแทบทุกวันเลย  แต่กลับไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกไปกับจังหวะตลาดขึ้นลง แต่เป็นการดูเพื่อให้รู้ว่าตลาดขึ้นลงเพราะอะไร และเรียนรู้ภาวะตลาดไปพร้อมกับเงินลงทุนของตัวเองที่ค่อยๆ เติบโต  ยิ่งตอกย้ำในการ DCA ที่สร้างผลตอบแทนระยะยาวได้จริง
 
“ผมดูกราฟทุกวันพร้อมกับเปิดฟังก์ชันที่เห็นเส้นต้นทุนด้วย จะได้เห็นว่าเส้นราคาห่างจากเส้นต้นทุนมากแค่ไหน  ถ้าสังเกตช่วงกลางของกราฟผมจะเห็นว่าเส้นราคากับเส้นของต้นทุนอยู่ใกล้กันตลอดเวลา เพราะผม DCA ต่อเนื่องเท่ากันตลอด แต่ไปดูกราฟของเพื่อนนักลงทุนท่านอื่นที่ใส่เงินก้อนเดียวจะเป็นเส้นตรงและห่างจากเส้นต้นทุนค่อนข้างเยอะ ทำให้เห็นความแตกต่างของการ DCA เท่ากันทุกเดือน”
 
คุณนิพิฐพนธ์ ได้เห็นเส้นกราฟต้นทุนที่เป็นขั้นบันไดที่ล้อไปกับเส้นกราฟราคาแบบแทบไม่หนีกันเลย แม้ช่วง 2-3 เดือนแรกของการลงทุน อาจเห็นความสวิงบ้าง แต่ยิ่งนานวัน เม็ดเงินที่เติมเท่าเดิมแต่สม่ำเสมอ ทำให้เห็นผลที่ชัดเจน
 
“ล่าสุด กราฟราคาสินทรัพย์แทบไม่ห่างจากตัวต้นทุนมากเลย และปีนี้อาจจะเป็นช่วงพลิกเกมของสินทรัพย์ที่ผมถือแล้ว เส้นราคามันตีกลับมาแซงขั้นบันไดต้นทุนไปแล้ว และไม่กลับมาติดลบอีกเลย​”
 
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการลงทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คุณนิพิฐพนธ์ได้มองเห็นธรรมชาติของตลาดที่สวิงขึ้นลง ซึ่งแม้จะอ่านตำรามามากแค่ไหน แต่ว่าถ้าไม่ได้ลองมาลงทุนแบบเรียลไทม์ อาจจะได้มุมมองที่ไม่ชัดเจนเท่าการลงทุนแล้วมองเห็นตลาดในทุกวันเช่นนี้  และยังสะท้อนกลับมาที่กลยุทธ์การลงทุนของตัวเองในทุกวันนี้ เรียกว่าเหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่มีงานประจำอยู่แล้ว นั่นคือการเดินหน้า DCA อย่างสม่ำเสมอแล้วให้ Jitta Wealth บริหารพอร์ต​ให้น่าจะเหมาะสม และสบายใจกว่าการมาหาข้อมูลลงทุนเพื่อเลือกหุ้นเอง
 
“เป้าหมายในการลงทุนระยะยาว​ หากไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องใช้เงินก้อนนี้ ก็คงจะลงทุนแบบนี้ไปจนเกษียณได้เลย แม้ตลาดจะขึ้นหรือลง สุดท้ายปลายทางก็จะเป็นขาขึ้นในภาพรวม ทำให้ผมสบายใจ​มากขึ้นได้ นี้คือสิ่งที่ผมตกผลึกมาได้จากการที่ได้ลงทุนจริงดูกราฟจริงและเห็นภาพตลอดเวลา ผมก็จะยังเดินทางในเส้นทางการลงทุนที่เหมาะกับชีวิตเราแบบนี้ไป ผมว่าสงบมากเลย”
 
แม้จะเป็น Thematic Optimize ที่มีความสวิงบ้าง แต่คุณนิพิฐพนธ์ก็เชื่อว่าจะเป็นพอร์ตลูกรักที่นำพาให้เขามั่งคั่งไปจนเกษียณได้ ด้วยความที่เริ่มต้นลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย ยังมีเวลาอีกมาก เขาเชื่อว่าความสวิงของพอร์ตน่าจะเกิดขึ้นภายใน 10 ปีแรก ดังนั้นหากให้เวลาในการลงทุนแบบนี้ไปสัก 20-30 ปี ต่อให้สถานการณ์ตลาดแย่แค่ไหนก็ไม่น่าจะถึงขั้นขาดทุน จนกราฟลงมาติดเส้นต้นทุนได้อีก

*ศึกษาข้อมูลนโยบายการลงทุนและผลตอบแทนย้อนหลังของแต่ละนโยบายได้ที่ jittawealth.com

**ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Talent Acquisition Manager ที่เริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่ก่อนอายุ 30 และตั้งเป้าเกษียณในวัย 45 ด้วยการลงทุนทั่วโลก

Read more

อาจารย์และทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์ลงทุน กว่า 20 ปี เลือกลงทุนหุ้นจีนผ่าน Jitta Ranking Alpha เพื่อเป็นพอร์ต Satellite

Read more

เกษตรกรหนุ่มวัย 35 ปี เจ้าของสวนผลไม้ในจังหวัดตราด ผู้เคยลงทุนตามกระแสและสูญเงิน ก่อนเปลี่ยนสู่การลงทุนอย่างมีระบบกับ Jitta Ranking Alpha ผลตอบแทน +27.70%

Read more

แพทย์ประจำบ้านที่เลือกลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ผ่านพอร์ต Thematic Optimize และ Global ETF สร้างผลตอบแทนสูงสุด +51.97%

Read more

อดีตผู้จัดการบริษัทข้ามชาติที่เกษียณตัวเองในวัย 47 ปี พร้อมลงทุนระยะยาวกับ Jitta Ranking Alpha ผลตอบแทน +30.71%

Read more

แพทย์โรคหัวใจที่วางแผนเกษียณและสร้างอิสรภาพทางการเงิน ด้วยการลงทุนทั่วโลก ผลตอบแทน +112.46%

Read more

ดูทั้งหมด